ค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 ล่าสุดเท่าไหร่? อัปเดตราคาแบบเข้าใจง่าย

ค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 เป็นหนึ่งในข้อมูลที่คนกำลังใช้รถไฟฟ้า และคนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าค้นหามากที่สุด แม้หลายคนจะรู้ว่ารถไฟฟ้าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่ารถน้ำมัน แต่ก็ยังมีคำถามว่า “ชาร์จหนึ่งครั้งเสียเงินเท่าไร?” หรือ “รถแบตเตอรี่ใหญ่กว่าจะจ่ายแพงกว่าจริงไหม?”
ความจริงแล้ว ราคาค่าชาร์จรถไฟฟ้าไม่ได้ดูแค่ขนาดแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับรูปแบบการชาร์จ ปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ และพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ด้วย
เราจะพาไปอัปเดตค่าชาร์จรถไฟฟ้าปี 2569 สำหรับการชาร์จที่สถานีพร้อมยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายจริงที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณคำนวณต้นทุนการใช้งานรถไฟฟ้า ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 คิดอย่างไร?
ปัจจุบันสถานีชาร์จรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยคิดค่าบริการตามหน่วยพลังงานไฟฟ้า หรือกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) คล้ายกับการคิดค่าไฟฟ้าภายในบ้าน
ยกตัวอย่างง่ายๆ หากรถยนต์ไฟฟ้าของคุณรับพลังงานเข้าแบตเตอรี่ 40 kWh และอัตราค่าบริการอยู่ที่ 7 บาทต่อหน่วย ค่าใช้จ่ายในการชาร์จครั้งนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 40 x 7 = 280 บาท
สำหรับค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 อัตราค่าชาร์จของ PEA VOLTA ด้วยสถานีชาร์จรถไฟฟ้าแบบเร็วหรือ DC charger จะอยู่ในช่วงประมาณ 5.90-7.90 บาทต่อหน่วย ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับประเภทสถานีชาร์จและเงื่อนไขการให้บริการ เมื่อเทียบกับค่าไฟบ้านแล้วหลายคนอาจจะรู้สึกว่าสูงอยู่บ้าง เมื่อเทียบกับต้นทุนน้ำมันแล้ว ถือว่ามีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
รถแบตเตอรี่ใหญ่กว่า ต้องจ่ายค่าชาร์จแพงกว่าจริงไหม?
คำตอบคือ “จริง” แต่ไม่ทั้งหมด หลายคนเข้าใจว่ารถไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก แต่ในความเป็นจริงค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับปริมาณของพลังงานที่เติมเข้าไปและระยะทางของรถแต่ละคันที่มีการกินไฟแตกต่างกันด้วย
- รถแบตเตอรี่ 50 kWh
- รถแบตเตอรี่ 80 kWh
หากทั้งสองคันชาร์จจาก 20% ไปถึง 80% รถแบตเตอรี่ 50 kWh จะเติมไฟประมาณ 30 kWh ส่วนรถแบตเตอรี่ 80 kWh จะเติมไฟประมาณ 48 kWh
เมื่อคูณกับอัตราค่าบริการ 7 บาทต่อหน่วย จะมีราคาค่าชาร์จรถไฟฟ้าประมาณ
- รถแบตเตอรี่ 50 kWh = 210 บาท
- รถแบตเตอรี่ 80 kWh = 336 บาท
เราจะเห็นว่าแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มีค่าใช้จ่ายต่อการชาร์จที่สูงกว่าจริง แต่ในทางเดียวกันรถที่มีแบตเตอรี่ใหญ่กว่าเมื่อชาร์จไฟถึง 80% แล้วก็อาจวิ่งได้ไกลว่ารถเล็ก ทำให้ต้นทุนต่อระยะทางอาจไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้น สิ่งที่เราควรพิจารณาไม่ใช่เพียงค่าชาร์จรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ต้องนำมาคำนวณควบคู่กับระยะทางที่วิ่งได้ด้วย
ชาร์จรถไฟฟ้าจาก 20-80% ต้องจ่ายประมาณกี่บาท?
การชาร์จจาก 20% – 80% ถือเป็นช่วงที่ผู้ใช้รถไฟฟ้านิยมมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างเดินทางเนื่องจากเป็นช่วงที่แบตเตอรี่รับไฟได้รวดเร็วและช่วยรักษาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในระยะยาว
สำหรับใครที่สงสัยว่าการชาร์จที่สถานีแต่ละครั้งจะมีราคาค่าชาร์จรถไฟฟ้าประมาณเท่าไร เราได้ประเมินค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 โดยเฉลี่ยสำหรับรถไฟฟ้าแต่ละขนาดที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาให้แล้วร
รถขนาดเล็ก แบตเตอรี่ 45-50 kWh
- ปริมาณไฟที่ต้องเติมประมาณ 27-30 kWh
- ค่าชาร์จเฉลี่ยประมาณ 160-240 บาท
รถขนาดกลาง แบตเตอรี่ 55-65 kWh
- ปริมาณไฟที่ต้องเติมประมาณ 33-39 kWh
- ค่าชาร์จเฉลี่ยประมาณ 200-310 บาท
รถขนาดใหญ่ แบตเตอรี่ 70-80 kWh
- ปริมาณไฟที่ต้องเติมประมาณ 42-48 kWh
- ค่าชาร์จเฉลี่ยประมาณ 250-380 บาท
จะเห็นได้ว่ารถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทย หากชาร์จจาก 20% ถึง 80% ที่สถานีชาร์จสาธารณะ ค่าใช้จ่ายมักอยู่ในช่วงประมาณ 200-350 บาทต่อครั้ง
ทำไมค่าชาร์จรถไฟฟ้าของแต่ละคนไม่เท่ากัน?
รู้ไหมว่าแม้จะใช้รถรุ่นเดียวกัน แต่ค่าใช้จ่ายในการชาร์จอาจแตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย รวมถึงระยะทางในการขับด้วย เช่น
1. ระดับแบตเตอรี่ก่อนเริ่มชาร์จ
คนที่ชาร์จเมื่อเหลือแบตเตอรี่ 10% ย่อมใช้ไฟมากกว่าคนที่เริ่มชาร์จตอนเหลือ 40%
2. พฤติกรรมการขับขี่
ผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูง เปิดระบบปรับอากาศตลอดเวลา หรือเดินทางไกลบ่อย มักใช้พลังงานมากกว่า
3. ประเภทสถานีชาร์จ
สถานีชาร์จแบบ DC Fast Charge หรือ Super Fast Charge ช่วยประหยัดเวลาได้มาก แต่ต้นทุนการลงทุนระบบสูงกว่าการชาร์จแบบ AC ทำให้โครงสร้างราคามีความแตกต่างกันตามประเภทของสถานีชาร์จด้วย
4. ช่วงเวลาในการชาร์จ
สถานีชาร์จจะมีการคิดราคาค่าชาร์จ แบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ แบบอัตราคงที่ 24 ชั่วโมง และอัตรา TOU ตามช่วงเวลาที่เข้าชาร์จ Peak หรือ Off-Peak ซึ่งหากคุณชาร์จที่สถานีที่มีการคิดค่าบริการแบบ TOU นั่นหมายความว่า ต่อให้รถคันเดียวกัน แบตเตอร์รี่เหลือเท่ากัน แต่ชาร์จคนละช่วงเวลาการคิดค่าบริการก็แตกต่างกันชัดเจน และส่งผลให้ค่าชาร์จรถไฟฟ้าไม่เท่ากัน
ค่าชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านประมาณเท่าไร?
ค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 สำหรับการชาร์จที่บ้านจะมีค่าใช้จ่ายต่อหน่วยต่ำกว่าการชาร์จผ่านสถานีชาร์จสาธารณะ เนื่องจากคิดตามอัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าและประเภทมิเตอร์ของแต่ละบ้าน
ยกตัวอย่าง หากรถยนต์ไฟฟ้าต้องการพลังงาน 40 kWh เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ ค่าไฟที่บ้านอาจอยู่ที่ประมาณ 160-200 บาทต่อครั้ง ขณะที่การชาร์จผ่านสถานีชาร์จสาธารณะแบบ DC Fast Charge อาจมีราคาค่าชาร์จรถไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 240-320 บาท สำหรับปริมาณพลังงานใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม สถานีชาร์จสาธารณะมีข้อได้เปรียบด้านความรวดเร็วและความสะดวก โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลหรือไม่สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้านได้ การชาร์จแบบ DC Fast Charge สามารถเติมพลังงานจาก 20% – 80% ได้ภายในเวลาเพียงประมาณ 20-40 นาที ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและกำลังชาร์จที่รองรับ
แล้วควรเลือกชาร์จที่ไหน?
เชื่อว่าสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า ถ้าต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายสูงสุดการชาร์จที่บ้านจะมีค่าชาร์จรถไฟฟ้าที่น้อยกว่าแน่นอน แต่ในชีวิตจริงสิ่งที่ควรพิจารณาไม่ได้มีเพียงราคาค่าชาร์จรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงความสะดวกสบายและรูปแบบการใช้งานระหว่างวันควบคู่กันไปด้วย
ส่วนการจะเลือกสถานีชาร์จก็ควรเลือกจากความครอบคลุมของสถานี ความสะดวกในการค้นหาหัวชาร์จ และความน่าเชื่อถือของระบบ และ PEA VOLTA เป็นหนึ่งในเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีสถานีชาร์จมากกว่า 400 แห่ง และรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากผ่านแอปพลิเคชัน PEA VOLTA ช่วยให้ค้นหาสถานี วางแผนการเดินทาง และตรวจสอบข้อมูลการชาร์จได้สะดวกในแอปพลิเคชันเดียว
รู้ค่าชาร์จก่อนเดินทาง วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า
เมื่อเข้าใจวิธีคิดค่าชาร์จรถไฟฟ้า 2569 จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายจริงไม่ได้สูงอย่างที่หลายคนกังวล โดยรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยมักมีค่าชาร์จจาก 20-80% อยู่ในช่วงประมาณ 200-350 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่และปริมาณพลังงานที่เติม
ส่วนการเลือกใช้สถานีชาร์จที่มีเครือข่ายครอบคลุมและสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ล่วงหน้า จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น พร้อมควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม หากกำลังมองหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถค้นหาสถานีและตรวจสอบข้อมูลการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน PEA VOLTA ได้ตลอดการเดินทาง
News & Activities
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่