หัวชาร์จรถไฟฟ้า มีกี่แบบ? รู้จักประเภทหัวชาร์จ EV ที่ใช้จริงในประเทศไทย

2 กรกฎาคม 2026

หัวชาร์จรถไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆ ที่เจ้าของรถไฟฟ้ามือใหม่มักสงสัย เพราะเมื่อเริ่มใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า จะพบว่าสถานีชาร์จมีหัวชาร์จหลายรูปแบบ บางสถานีมีทั้ง AC และ DC บางแห่งมีหัวชาร์จหลายชนิดอยู่ในตู้เดียวกัน ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่ารถของตัวเองสามารถใช้งานได้หรือไม่

ข่าวดีก็คือ แม้ในโลกนี้จะมีหัวชาร์จรถไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ แต่ในประเทศไทยของเราหลักๆ แล้วมีการรองรับอยู่ 2 มาตรฐานหลักๆ เท่านั้น ก็คือ Type2 และ CCS2 แต่การใช้งานต่างกันอย่างไร และเราควรเลือกชาร์จแบบไหน บทความนี้มีคำตอบ

หัวชาร์จรถไฟฟ้าคืออะไร?

ถ้าพูดง่ายๆ หัวชาร์จรถไฟฟ้าคืออุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างสถานีชาร์จกับรถไฟฟ้า ทำหน้าที่ส่งต่อพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ของรถยนต์ ถ้าดูเผินๆ ทุกคนคงจะคิดว่านี่คือ “สายชาร์จ” เหมือนๆ กับเวลาที่เราชาร์จโทรศัพท์ และตัวสถานีชาร์จคือ “อะแดปเตอร์” แต่ความจริงแล้ว หัวชาร์จแต่ละแบบคือสายและอะแดปเตอร์ในตัวเองที่ถูกออกแบบมาให้รองรับกำลังไฟ ความเร็วในการชาร์จ และระบบสื่อสารระหว่างรถกับสถานีที่แตกต่างกันได้ด้วย

การรู้ว่ารถของตนเองใช้หัวชาร์จประเภทใด จะช่วยให้เลือกสถานีชาร์จได้ถูกต้อง วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น และหลีกเลี่ยงปัญหาเมื่อเดินทางไกล

ประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศไทย

ทั่วโลกมีประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ แต่ปัจจุบันประเทศไทยใช้หัวชาร์จหลักอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ Type 2 และ CCS2

1. Type 2 หัวชาร์จมาตรฐานสำหรับการชาร์จ AC

Type 2 เป็นหัวชาร์จที่ใช้กับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ AC Charging ซึ่งเป็นรูปแบบการชาร์จที่พบได้บ่อยที่สุดในบ้าน คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และสถานีชาร์จสาธารณะบางแห่ง ส่วนใหญ่จะแถมมากับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

จุดเด่นของ Type 2 คือการชาร์จที่มีความเสถียร เหมาะสำหรับรูปแบบธุรกิจหรือบ้านพักอาศัยที่มีการจอดรถเป็นเวลานาน เช่น การชาร์จข้ามคืนตามโรงแรมต่างจังหวัด หรือจอดชาร์จที่ออฟิศที่ทำงาน หรือการชาร์จข้ามคืนตามบ้านเรือน รถไฟฟ้าเกือบทุกรุ่นที่จำหน่ายในไทย ไม่ว่าจะเป็นรถจากจีน ยุโรป หรือเกาหลี ต่างรองรับ Type 2 เป็นมาตรฐานพื้นฐาน เพราะเป็นหัวที่รองรับ AC Charging ที่เหมาะกับการชาร์จในชีวิตประจำวัน

ข้อดีของ Type 2

  • รองรับรถไฟฟ้า ส่วนใหญ่ในประเทศไทย
  • เหมาะสำหรับการติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน
  • เหมาะกับการใช้เป็นหัวชาร์จหลักในระยะยาว

2. CCS2 หัวชาร์จเร็วที่พบมากที่สุดในสถานีชาร์จสาธารณะ

หาก Type 2 คือหัวชาร์จสำหรับการใช้งานประจำวัน CCS2 ก็คือหัวชาร์จที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเดินทาง

CCS2 หรือ Combined Charging System 2 เป็นมาตรฐานการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC Charging ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประเทศไทย และกลายเป็นมาตรฐานหลักของสถานีชาร์จแบบ Fast Charge

ข้อแตกต่างสำคัญคือ CCS2 สามารถส่งพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่โดยตรง ทำให้ชาร์จได้เร็วกว่า AC Charging ที่ต้องทำการแปลงกระแสไฟก่อนจะสามารถเก็บในแบตเตอรี่ได้ 

ดังนั้น ในปัจจุบันสถานีชาร์จความเร็วสูงส่วนใหญ่ในประเทศไทย เช่น ตามสถานีชาร์จ ตามปั๊มน้ำมัน รวมถึงสถานีชาร์จของ PEA VOLTA ติดตั้งหัวชาร์จ CCS2 เป็นหลัก

ข้อดีของ CCS2

  • ชาร์จได้เร็วกว่า AC หลายเท่า
  • เหมาะสำหรับชาร์จระหว่างเดินทางไกล
  • รองรับกำลังไฟระดับ Fast Charge และ Ultra Fast Charge
  • เป็นมาตรฐานหลักของรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ในไทย

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าการชาร์จรถไฟฟ้าแบบ AC และ DC ต่างกันยังไงและควรเลือกใช้งานแบบไหน สามารถอ่านได้ที่บทความ “EV Charger คืออะไร? มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนดีในปี 2026”  (Link to https://peavoltaev.pea.co.th/news/what-is-an-ev-charger/)

ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งคันถึงมีทั้ง Type 2 และ CCS2?

นี่เป็นคำถามที่ผู้ใช้รถไฟฟ้ามือใหม่สงสัยบ่อยที่สุด ว่าต้องเลือกชาร์จด้วยหัวใดหัวหนึ่งรึเปล่า?

คำตอบคือไม่จำเป็นต้องเลือก เพราะส่วนใหญ่แล้วรถไฟฟ้าในประเทศไทยมักจะหัวชาร์จรถไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทอยู่แล้ว โดยจะสามารถรองรับได้ทั้ง 2 ระบบให้เข้ากับการใช้งานและสถานการณ์ในเวลานั้น

โดยปกติ

  • Type 2 ใช้สำหรับชาร์จ AC เวลาที่อยู่บ้าน คอนโด หรือไปพักตามโรงแรม โดยมีการชาร์จข้ามคืนหลายชั่วโมง
  • CCS2 ใช้สำหรับชาร์จ DC ระหว่างวันที่มีการเดินทาง ตอนที่เดินทางข้ามจังหวัด หรือสำหรับคนที่ไม่สะดวกติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน

โดยรถไฟฟ้าที่สามารถรองรับได้ทั้ง 2 หัวจะสามารถสังเกตจากช่องชาร์จของรถส่วนบนมีลักษณะเหมือนหัว Type 2 และด้านล่างมีช่องเพิ่มอีก 2 ช่องสำหรับการชาร์จ DC ด้วยเหตุนี้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยจึงสามารถชาร์จได้ทั้งที่บ้านและสถานีชาร์จเร็วสาธารณะโดยไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์เพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี ยังมีรถไฟฟ้าบางแบรนด์หรือในบางรุ่นที่สามารถชาร์จได้เฉพาะหัวประเภทเดียวเท่านั้น เช่น ชาร์จได้เฉพาะ AC เท่านั้น ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยได้เดินทางไกล ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความสับสน เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายรถยนต์จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับหัวชาร์จและกระแสไฟที่รถแต่ละรุ่นรองรับไว้ให้อยู่แล้ว

วิธีเช็กว่ารถของคุณใช้หัวชาร์จแบบไหน

สามารถตรวจสอบได้จากหลายวิธี เช่น

ดูจากคู่มือรถ

ผู้ผลิตจะระบุประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าและกำลังไฟที่รองรับไว้อย่างชัดเจน

ดูจากช่องชาร์จบนรถ

หากเป็นรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ ส่วนใหญ่มักเห็นช่อง Type 2 และ CCS2 รวมอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน

ดูจากแอปพลิเคชันสถานีชาร์จ

หลายแอปพลิเคชันจะแสดงประเภทหัวชาร์จที่มีให้บริการในแต่ละสถานี ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น

แล้วหัวชาร์จรถไฟฟ้าในโลกมีประเภทอื่นอีกไหม?

เนื่องจากรถไฟฟ้ามีผู้ผลิตที่แตกต่างกัน และมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับทั้งกระแสไฟและระบบของแต่ละประเทศ นอกเหนือจากที่นิยมใช้กันในไทยแล้วยังมีหัวชาร์จรถไฟฟ้าอีกหลากหลายประเภททั่วโลก เช่น

  • Type 1 (SAE J1772) : ใช้สำหรับ AC Charger ในอเมริกาและญี่ปุ่น
  • CCS1 : ใช้สำหรับ DC Fast Charger ในอเมริกา
  • CHAdeMO : ใช้สำหรับ DC Fast Charger จากญี่ปุ่น ปัจจุบันมีในไทยแต่เนื่องจากความนิยมที่น้อยลง จึงลดลงเรื่อย ๆ
  • Tesla NACS : ใช้สำหรับ AC และ DC Charger ของ Tesla ในอเมริกา ยังไม่ใช้ในประเทศไทย
  • GB/T: ใช้สำหรับ AC และ DC Charger มาตรฐานของจีน
  • MCS (Megawatt Charging System) : ใช้สำหรับ DC Charger กำลังสูงมากในรถบรรทุกไฟฟ้า โดยยังไม่มีการใช้งานในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้รับการปรับให้รองรับ Type 2 และ CCS2 แล้ว ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปแทบไม่มีโอกาสพบหัวชาร์จเหล่านี้ในการใช้งานประจำวัน

เลือกสถานีชาร์จให้ตรงกับหัวชาร์จ ใช้งานรถไฟฟ้าได้สะดวกมากขึ้น

ปัจจุบันการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยง่ายกว่าที่หลายคนคิด เพราประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าเริ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะ Type 2 และ CCS2 ที่กลายเป็นมาตรฐานหลักของตลาด

ผู้ให้บริการเครือข่ายสถานีชาร์จอย่าง PEA VOLTA มีสถานีชาร์จกว่า 400 สถานี ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ และรองรับการค้นหาสถานีผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบประเภทหัวชาร์จและวางแผนการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q.รถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นใช้หัวชาร์จ Type 2 และ CCS2 เหมือนกันหรือไม่? +

A. ไม่ทั้งหมด แต่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่จำหน่ายในประเทศไทยส่วนใหญ่รองรับ Type 2 สำหรับการชาร์จ AC และ CCS2 สำหรับการชาร์จ DC Fast Charge อย่างไรก็ตาม รถบางรุ่นอาจรองรับเฉพาะ Type 2 หรือใช้มาตรฐานอื่น จึงควรตรวจสอบจากคู่มือรถหรือผู้ผลิตก่อนใช้งาน

Q.Type 2 และ CCS2 ต่างกันอย่างไร? +

A. Type 2 ใช้สำหรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เหมาะกับการชาร์จที่บ้านหรือจอดเป็นเวลานาน ส่วน CCS2 ใช้สำหรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ซึ่งสามารถชาร์จได้รวดเร็วกว่า จึงนิยมใช้ตามสถานีชาร์จสาธารณะและระหว่างการเดินทางไกล

Q.สามารถใช้หัวชาร์จ CCS2 กับรถที่รองรับเฉพาะ Type 2 ได้หรือไม่? +

A. ไม่ได้ เนื่องจากระบบการชาร์จ AC และ DC มีโครงสร้างและการทำงานแตกต่างกัน รถต้องรองรับมาตรฐาน CCS2 จึงจะสามารถใช้งานหัวชาร์จ DC Fast Charge ได้

Q.หากไม่แน่ใจว่ารถใช้หัวชาร์จแบบไหน ควรตรวจสอบอย่างไร? +

A. สามารถตรวจสอบได้จากคู่มือรถ เว็บไซต์ผู้ผลิต หรือดูจากลักษณะช่องชาร์จบนตัวรถ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันของสถานีชาร์จที่มักระบุประเภทหัวชาร์จที่รองรับ

Q.สถานีชาร์จ PEA VOLTA รองรับหัวชาร์จประเภทใดบ้าง? +

A. สถานีชาร์จ PEA VOLTA รองรับมาตรฐาน CCS2 สำหรับการชาร์จแบบ DC Fast Charge ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยรองรับ

News & Activities

EV Fleet Management คืออะไร? ทำไมองค์กรที่ใช้รถไฟฟ้าควรมีระบบบริหารจัดการ Fleet

เมื่อองค์กรเริ่มเปลี่ยนรถประจำบริษัทมาเป็นรถไฟฟ้า (EV) สิ่งที่ต้องบริหารจัดการไม่ได้มีเพียงแค่ตัวรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบการชาร์จ ค่าใช้จ่าย สิทธิ์

30 กันยายน 2026

ซื้อรถไฟฟ้าแล้วจะมีค่าซ่อมอะไรบ้าง? สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

หลายคนที่กำลังมองหารถไฟฟ้ามักมีคำถามเดียวกันว่า “รถไฟฟ้าซ่อมแพงไหม?” แม้ว่าค่าพลังงานจะถูกกว่าและค่าบำรุงรักษาน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่หากเกิดอุบัติเหต

24 กันยายน 2026

ขับรถไฟฟ้าประหยัดน้ำมันจริงไหม? รู้ไหมขับรถยนต์ไฟฟ้าช่วยประหยัดได้มากกว่าน้ำมัน

หลายคนที่กำลังมองหารถไฟฟ้า อาจไม่ได้ตื่นเต้นกับอัตราเร่งหรือเทคโนโลยีในรถมากเท่ากับคำถามง่ายๆ ว่า “สุดท้ายแล้วจะประหยัดน้ำมันได้จริงไหม?”

17 กันยายน 2026

 แบตเตอรี่รถไฟฟ้าใช้ได้กี่ปี? อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับอะไร และควรเปลี่ยนเมื่อไหร่

แบตเตอรี่รถไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของรถไฟฟ้า และยังเป็นชิ้นส่วนที่หลายคนกังวลมากที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นคำถามว่า “ใช้ได้กี่ปี?” 

10 กันยายน 2026

รถยนต์ไฟฟ้าเหมาะกับใคร? เปรียบเทียบกับรถน้ำมันแบบเข้าใจง่าย

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อรถคู่ใจสักคัน หลายคนอาจกำลังชั่งใจว่า รถยนต์ไฟฟ้า จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองจริงหรือไม่ แม้ในปัจจุบันเราจะเริ่มเห็น รถยนต์ไฟฟ้า

3 กันยายน 2026

 Carbon credit คืออะไร?  คาร์บอนเครดิตจากรถไฟฟ้าเปลี่ยนการขับขี่ให้เป็นรายได้

หลายคนเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพราะอยากประหยัดค่าน้ำมัน บางคนเลือกเพราะอยากลดมลพิษ แต่รู้ไหมว่า ในอนาคตการขับรถไฟฟ้า อาจให้ประโยชน์มากกว่านั้น เพราะทุกกิโล

31 สิงหาคม 2026

สรุปมาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้าปี 2569 สิทธิประโยชน์ที่ผู้ซื้อรถไฟฟ้า ห้ามพลาด

มาตรการสนับสนุนรถไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของภาครัฐที่ช่วยผลักดันให้การใช้รถไฟฟ้า เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เพราะแม้ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าจะ

27 สิงหาคม 2026

ชาร์จรถไฟฟ้าตอนฝนตกได้ไหม? เช็กมาตรฐานความปลอดภัยก่อนเสียบ

“ฝนตกอยู่ จะชาร์จดีไหม?” เชื่อว่าคำถามนี้เคยเกิดขึ้นกับเจ้าของรถไฟฟ้าเกือบทุกคน โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่หลายจังหวัดต้องเจอกับฝนตกหนักแทบทุกวั

20 สิงหาคม 2026

ประกันรถ EV สำคัญอย่างไร? รู้จักความคุ้มครองและข้อควรรู้ ก่อนเลือกทำประกันให้รถไฟฟ้าของคุณ

ก่อนตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า หลายคนมักให้ความสำคัญกับระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ หรือความสะดวกในการหาสถานีชาร์จ แต่มีอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามไม่แพ้กัน นั่นคือป

13 สิงหาคม 2026

 แบตเตอรี่รถไฟฟ้ามีกี่ประเภท? เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแต่ละแบบ ก่อนเลือกซื้อ EV

เวลาดูสเปกรถ EV หลายคนอาจเคยเห็นคำว่า LFP หรือ NMC แต่ไม่แน่ใจว่าคืออะไร ต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนดีกว่ากัน ความจริงแล้ว แม้แบตเตอรี่รถไฟฟ้าจะมีหลายเท

6 สิงหาคม 2026
bg-subscribe-desktop

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่

Subscription Form