หัวชาร์จรถไฟฟ้า มีกี่แบบ? รู้จักประเภทหัวชาร์จ EV ที่ใช้จริงในประเทศไทย
หัวชาร์จรถไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆ ที่เจ้าของรถไฟฟ้ามือใหม่มักสงสัย เพราะเมื่อเริ่มใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า จะพบว่าสถานีชาร์จมีหัวชาร์จหลายรูปแบบ บางสถานีมีทั้ง AC และ DC บางแห่งมีหัวชาร์จหลายชนิดอยู่ในตู้เดียวกัน ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่ารถของตัวเองสามารถใช้งานได้หรือไม่

ข่าวดีก็คือ แม้ในโลกนี้จะมีหัวชาร์จรถไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ แต่ในประเทศไทยของเราหลักๆ แล้วมีการรองรับอยู่ 2 มาตรฐานหลักๆ เท่านั้น ก็คือ Type2 และ CCS2 แต่การใช้งานต่างกันอย่างไร และเราควรเลือกชาร์จแบบไหน บทความนี้มีคำตอบ
หัวชาร์จรถไฟฟ้าคืออะไร?
ถ้าพูดง่ายๆ หัวชาร์จรถไฟฟ้าคืออุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างสถานีชาร์จกับรถไฟฟ้า ทำหน้าที่ส่งต่อพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ของรถยนต์ ถ้าดูเผินๆ ทุกคนคงจะคิดว่านี่คือ “สายชาร์จ” เหมือนๆ กับเวลาที่เราชาร์จโทรศัพท์ และตัวสถานีชาร์จคือ “อะแดปเตอร์” แต่ความจริงแล้ว หัวชาร์จแต่ละแบบคือสายและอะแดปเตอร์ในตัวเองที่ถูกออกแบบมาให้รองรับกำลังไฟ ความเร็วในการชาร์จ และระบบสื่อสารระหว่างรถกับสถานีที่แตกต่างกันได้ด้วย
การรู้ว่ารถของตนเองใช้หัวชาร์จประเภทใด จะช่วยให้เลือกสถานีชาร์จได้ถูกต้อง วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น และหลีกเลี่ยงปัญหาเมื่อเดินทางไกล
ประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศไทย
ทั่วโลกมีประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ แต่ปัจจุบันประเทศไทยใช้หัวชาร์จหลักอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ Type 2 และ CCS2
1. Type 2 หัวชาร์จมาตรฐานสำหรับการชาร์จ AC
Type 2 เป็นหัวชาร์จที่ใช้กับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ AC Charging ซึ่งเป็นรูปแบบการชาร์จที่พบได้บ่อยที่สุดในบ้าน คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และสถานีชาร์จสาธารณะบางแห่ง ส่วนใหญ่จะแถมมากับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
จุดเด่นของ Type 2 คือการชาร์จที่มีความเสถียร เหมาะสำหรับรูปแบบธุรกิจหรือบ้านพักอาศัยที่มีการจอดรถเป็นเวลานาน เช่น การชาร์จข้ามคืนตามโรงแรมต่างจังหวัด หรือจอดชาร์จที่ออฟิศที่ทำงาน หรือการชาร์จข้ามคืนตามบ้านเรือน รถไฟฟ้าเกือบทุกรุ่นที่จำหน่ายในไทย ไม่ว่าจะเป็นรถจากจีน ยุโรป หรือเกาหลี ต่างรองรับ Type 2 เป็นมาตรฐานพื้นฐาน เพราะเป็นหัวที่รองรับ AC Charging ที่เหมาะกับการชาร์จในชีวิตประจำวัน
ข้อดีของ Type 2
- รองรับรถไฟฟ้า ส่วนใหญ่ในประเทศไทย
- เหมาะสำหรับการติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน
- เหมาะกับการใช้เป็นหัวชาร์จหลักในระยะยาว
2. CCS2 หัวชาร์จเร็วที่พบมากที่สุดในสถานีชาร์จสาธารณะ
หาก Type 2 คือหัวชาร์จสำหรับการใช้งานประจำวัน CCS2 ก็คือหัวชาร์จที่ถูกออกแบบมาสำหรับการเดินทาง
CCS2 หรือ Combined Charging System 2 เป็นมาตรฐานการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC Charging ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประเทศไทย และกลายเป็นมาตรฐานหลักของสถานีชาร์จแบบ Fast Charge
ข้อแตกต่างสำคัญคือ CCS2 สามารถส่งพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่โดยตรง ทำให้ชาร์จได้เร็วกว่า AC Charging ที่ต้องทำการแปลงกระแสไฟก่อนจะสามารถเก็บในแบตเตอรี่ได้
ดังนั้น ในปัจจุบันสถานีชาร์จความเร็วสูงส่วนใหญ่ในประเทศไทย เช่น ตามสถานีชาร์จ ตามปั๊มน้ำมัน รวมถึงสถานีชาร์จของ PEA VOLTA ติดตั้งหัวชาร์จ CCS2 เป็นหลัก
ข้อดีของ CCS2
- ชาร์จได้เร็วกว่า AC หลายเท่า
- เหมาะสำหรับชาร์จระหว่างเดินทางไกล
- รองรับกำลังไฟระดับ Fast Charge และ Ultra Fast Charge
- เป็นมาตรฐานหลักของรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ในไทย
สำหรับใครที่อยากรู้ว่าการชาร์จรถไฟฟ้าแบบ AC และ DC ต่างกันยังไงและควรเลือกใช้งานแบบไหน สามารถอ่านได้ที่บทความ “EV Charger คืออะไร? มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนดีในปี 2026” (Link to https://peavoltaev.pea.co.th/news/what-is-an-ev-charger/)
ทำไมรถยนต์ไฟฟ้าหนึ่งคันถึงมีทั้ง Type 2 และ CCS2?
นี่เป็นคำถามที่ผู้ใช้รถไฟฟ้ามือใหม่สงสัยบ่อยที่สุด ว่าต้องเลือกชาร์จด้วยหัวใดหัวหนึ่งรึเปล่า?
คำตอบคือไม่จำเป็นต้องเลือก เพราะส่วนใหญ่แล้วรถไฟฟ้าในประเทศไทยมักจะหัวชาร์จรถไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทอยู่แล้ว โดยจะสามารถรองรับได้ทั้ง 2 ระบบให้เข้ากับการใช้งานและสถานการณ์ในเวลานั้น
โดยปกติ
- Type 2 ใช้สำหรับชาร์จ AC เวลาที่อยู่บ้าน คอนโด หรือไปพักตามโรงแรม โดยมีการชาร์จข้ามคืนหลายชั่วโมง
- CCS2 ใช้สำหรับชาร์จ DC ระหว่างวันที่มีการเดินทาง ตอนที่เดินทางข้ามจังหวัด หรือสำหรับคนที่ไม่สะดวกติดตั้ง EV Charger ที่บ้าน
โดยรถไฟฟ้าที่สามารถรองรับได้ทั้ง 2 หัวจะสามารถสังเกตจากช่องชาร์จของรถส่วนบนมีลักษณะเหมือนหัว Type 2 และด้านล่างมีช่องเพิ่มอีก 2 ช่องสำหรับการชาร์จ DC ด้วยเหตุนี้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศไทยจึงสามารถชาร์จได้ทั้งที่บ้านและสถานีชาร์จเร็วสาธารณะโดยไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์เพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี ยังมีรถไฟฟ้าบางแบรนด์หรือในบางรุ่นที่สามารถชาร์จได้เฉพาะหัวประเภทเดียวเท่านั้น เช่น ชาร์จได้เฉพาะ AC เท่านั้น ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยได้เดินทางไกล ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความสับสน เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายรถยนต์จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับหัวชาร์จและกระแสไฟที่รถแต่ละรุ่นรองรับไว้ให้อยู่แล้ว
วิธีเช็กว่ารถของคุณใช้หัวชาร์จแบบไหน
สามารถตรวจสอบได้จากหลายวิธี เช่น
ดูจากคู่มือรถ
ผู้ผลิตจะระบุประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าและกำลังไฟที่รองรับไว้อย่างชัดเจน
ดูจากช่องชาร์จบนรถ
หากเป็นรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ ส่วนใหญ่มักเห็นช่อง Type 2 และ CCS2 รวมอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน
ดูจากแอปพลิเคชันสถานีชาร์จ
หลายแอปพลิเคชันจะแสดงประเภทหัวชาร์จที่มีให้บริการในแต่ละสถานี ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น
แล้วหัวชาร์จรถไฟฟ้าในโลกมีประเภทอื่นอีกไหม?
เนื่องจากรถไฟฟ้ามีผู้ผลิตที่แตกต่างกัน และมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับทั้งกระแสไฟและระบบของแต่ละประเทศ นอกเหนือจากที่นิยมใช้กันในไทยแล้วยังมีหัวชาร์จรถไฟฟ้าอีกหลากหลายประเภททั่วโลก เช่น
- Type 1 (SAE J1772) : ใช้สำหรับ AC Charger ในอเมริกาและญี่ปุ่น
- CCS1 : ใช้สำหรับ DC Fast Charger ในอเมริกา
- CHAdeMO : ใช้สำหรับ DC Fast Charger จากญี่ปุ่น ปัจจุบันมีในไทยแต่เนื่องจากความนิยมที่น้อยลง จึงลดลงเรื่อย ๆ
- Tesla NACS : ใช้สำหรับ AC และ DC Charger ของ Tesla ในอเมริกา ยังไม่ใช้ในประเทศไทย
- GB/T: ใช้สำหรับ AC และ DC Charger มาตรฐานของจีน
- MCS (Megawatt Charging System) : ใช้สำหรับ DC Charger กำลังสูงมากในรถบรรทุกไฟฟ้า โดยยังไม่มีการใช้งานในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้รับการปรับให้รองรับ Type 2 และ CCS2 แล้ว ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปแทบไม่มีโอกาสพบหัวชาร์จเหล่านี้ในการใช้งานประจำวัน
เลือกสถานีชาร์จให้ตรงกับหัวชาร์จ ใช้งานรถไฟฟ้าได้สะดวกมากขึ้น
ปัจจุบันการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยง่ายกว่าที่หลายคนคิด เพราประเภทหัวชาร์จรถไฟฟ้าเริ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะ Type 2 และ CCS2 ที่กลายเป็นมาตรฐานหลักของตลาด
ผู้ให้บริการเครือข่ายสถานีชาร์จอย่าง PEA VOLTA มีสถานีชาร์จกว่า 400 สถานี ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ และรองรับการค้นหาสถานีผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบประเภทหัวชาร์จและวางแผนการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อย
News & Activities
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่