Carbon credit คืออะไร? คาร์บอนเครดิตจากรถไฟฟ้าเปลี่ยนการขับขี่ให้เป็นรายได้
หลายคนเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพราะอยากประหยัดค่าน้ำมัน บางคนเลือกเพราะอยากลดมลพิษ แต่รู้ไหมว่า ในอนาคตการขับรถไฟฟ้า อาจให้ประโยชน์มากกว่านั้น เพราะทุกกิโลเมตรที่คุณขับ อาจกลายเป็น “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ผ่านสิ่งที่เรียกว่า carbon credit
แล้ว carbon credit คืออะไร? ทำไมหลายประเทศถึงให้ความสำคัญ และตอนนี้ carbon credit ในไทย ไปถึงไหนแล้ว? มาทำความเข้าใจแบบง่ายๆ กัน

Carbon Credit คืออะไร? เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที
พูดแบบสั้นที่สุด carbon credit คือสิทธิที่เกิดจากการลดหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย 1 carbon credit เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกได้ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e)
เมื่อมีการลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง เครดิตเหล่านี้สามารถนำไปซื้อขายในตลาดคาร์บอนได้ โดยองค์กรที่ยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง สามารถซื้อ Carbon Credit เพื่อนำไปชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offset) และช่วยบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร
ปัจจุบัน Carbon Credit จึงไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวที่หลายประเทศให้ความสำคัญ
Carbon Credit ในไทย กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ Carbon Credit ในไทย ปัจจุบันมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) เป็นหน่วยงานที่ดูแลและรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้มาตรฐาน T-VER
ที่ผ่านมา โครงการคาร์บอนเครดิตส่วนใหญ่มักอยู่ในภาคธุรกิจหรือโครงการขนาดใหญ่ เช่น การปลูกป่า พลังงานหมุนเวียน หรือการจัดการของเสีย แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดนี้เริ่มขยายมาสู่ภาคประชาชนมากขึ้น รวมถึงผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า
นั่นทำให้รถไฟฟ้า ไม่ได้มีบทบาทแค่ช่วยลดมลพิษบนท้องถนน แต่ยังอาจเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่สร้างมูลค่าจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในอนาคต
รถไฟฟ้า เปลี่ยนการขับขี่ให้มีมูลค่าได้อย่างไร?
ทุกครั้งที่รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนน จะช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปในระยะทางเดียวกัน ปริมาณคาร์บอนที่ลดลงนี้สามารถนำมาคำนวณเป็น Carbon Credit ได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถไฟฟ้า หนึ่งคันมักมีปริมาณคาร์บอนเครดิตไม่มากพอที่จะนำไปซื้อขายด้วยตัวเอง จึงเกิดแนวคิด Carbon Pooling หรือการรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าด้วยกัน
ในหลายประเทศจะมีผู้ให้บริการหรือแพลตฟอร์มเป็นผู้รวบรวมข้อมูลการใช้งานรถไฟฟ้า เช่น ระยะทางการขับขี่หรือปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ จากนั้นจึงนำข้อมูลไปคำนวณและขอการรับรอง ก่อนนำคาร์บอนเครดิตที่ได้ไปซื้อขายในตลาด และแบ่งผลประโยชน์กลับมายังผู้ใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น เครดิตสำหรับชาร์จรถ แต้มสะสม หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ทั้งนี้ รูปแบบการดำเนินงานขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโครงการ
รถไฟฟ้า วันนี้ คือก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืน
แม้ระบบคาร์บอนเครดิตสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า ในประเทศไทยจะยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าการประหยัดค่าเชื้อเพลิงหรือช่วยลดมลพิษเพียงอย่างเดียว
การเข้าใจว่า carbon credit คืออะไร คืออะไรเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผู้คนที่เริ่มลงมือเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน การเลือกใช้รถไฟฟ้าคือหนึ่งในก้าวสำคัญ และเมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอย่าง PEA VOLTA การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่เคย
News & Activities
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่